2007/Aug/02

Lost 16

หายหน้าหายตาไปนานเลย คิดถึงกันบ้างรึเปล่า....ช่วงก่อนfox อู้ขี้เกียจตัวเป็นขน เพราะเพิ่งเขียนหนูซินจบ ตอนนี้ส่งให้คุณคิงส์เพนกิวนไปแล้ว รอสรุปว่าจะต้องแก้ไขตรงไหนอีกรึเปล่า ก็เลยถือโอกาสพักต่ออีกนิด แล้วผลพวงจากการเขียนหนูซินที่เรทไม่จัด ทำให้fox รู้สึกตัวเองจืดไปสนิทเลย ไม่อยากเขียนหื่นๆแล้ว หน่าย....lost ตอนสุดท้ายเลยจบห้วนไปนิดหนึ่งนะ แต่ก็เป็นไปตามที่กำหนดไว้ จบได้เสียทีเรื่องนี้

สิ่งแรกที่ปลุกแม็กจากฝันอันแสนสุขคือเสียงเข็มนาฬิกาขยับ น่าแปลกที่มันดังอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ชายหนุ่มกระพริบตาย้ำว่าเขาตื่นแน่จริงเหรอ เพราะภาพที่ดวงตาเห็นคือเตียงสีขาวที่รองรับร่างเขาอยู่ในเวลานี้ ความนุ่มเนียลและอุ่นสบายสัมผัสผิว ไม่ใช่ฝัน....

ในวงแขนเขามีร่างที่ผอมบางกว่าซุกตัวนอนสบาย จริงด้วย...นี่คือบ้านเขา บ้านโกโรโกโสแต่แสนสุข เมื่อวานพวกเขากลับมาถึงแผ่นดินใหญ่ท่ามกลางความยินดีปรีดาเป็นล้นพ้น แต่ก็ไม่มีเวลาดีใจนัก พวกเขาต้องพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ตำรวจไปพบพวกเขาที่นั้น สอบปากคำอยู่หลายชั่วโมง ในที่สุดโรแลนด์กับเท็ดก็ถูกตั้งข้อหา เมื่อพวกเขาหายดีก็ต้องถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าและมีอาวุธไว้ในครอบครอง ตำรวจบอกว่าจะส่งคนไปสำรวจเกาะที่เขาบอกว่ามีพวกค้าของเถื่อนติดค้างอยู่ภายหลัง

น่าสงสารสองคนนั้นอยู่ไม่น้อย ติดเกาะแล้วยังต้องมาติดคุกอีก เฮ่อ...แต่ที่น่าสงสารจริงๆคงเป็นตัวเองกระมั่ง แม็กไม่เคยนึกสมเพชตัวเองขนาดนี้ เครื่องบินเขาตกหายไปเป็น2-3สัปดาห์ แต่ไม่มีใครคิดถึงเขาเลย พอบอกตำรวจซึ่งเป็นคนที่คุ้นเคยกันดี พวกเขาแค่มองหน้าแล้วบอกว่า

มิน่าล่ะถึงไม่เห็นหน้านายมาหลายวัน แต่ก็โชดดีแล้วนะที่กลับมาได้

แค่นั้น....มันเหมือนบอกทางอ้อมว่า ต่อให้เขาหายไปกลางทะเลหรือตายอยู่บนเกาะก็ อาจจะครึ่งปีหรือปีหนึ่งโน่นกว่าจะมีคนนึกเอะใจ เขาเป็นคนที่ไม่มีความหมายต่อใครสักคน มาถึงนาทีนี้แม็กบอกตัวเองว่าเขาควรหาใครสักคน...ใครสักคนที่เป็นคอยเป็นห่วงเป็นใย และถวิลหาทุกเมื่อเชื่อวัน

ปลายนิ้วเกลี่ยติ่งหูนุ่มแผ่วเบา แค่นี้ก็ปลุกให้ดวงตาสีดำสดใสเป็นประกายลืมตาขึ้นมอง ผาสุขถอนหายใจอย่างสุขสมปนเกียจคร้าน เขาคลี่ยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและแสนหวาน

ฮาย ผาสุขทักเสียงหวาน

ฮาย....หลับสบายมั้ย

ไม่เคยสบายอย่างนี้มาก่อนเลย ร่างผอมบางกว่าบิดขี้เกียจหลายตลบ ก่อนพลิกตัวมากอดร่างแข็งแกร่งแรงๆ เขาเงยหน้ามองนาฬิกาที่อยู่ข้างหัวเตียง โอ้....บ่ายสองแล้ว มิน่าล่ะท้องร้องจ้อกๆเลย

ผมจะหาไรให้กิน แม็กลุกมาดึงมู่ลี่ขึ้นแดดแรงจากภายนอกส่องลอดเข้ามา ไล่ผาสุขให้ลุกจากเตียงด้วย บ้านของแม็กเป็นโรงจอดเครื่องบินเก่าถึงจะโอ่โถงแต่เก่ามากแล้ว ผนังสังกะสีสนิมขึ้นกับโครงเหล็กสีแดงเต็มไปด้วยยากไย่ ถึงไม่น่าดูแต่ก็อยู่กันได้ ผาสุกไม่ชอบบ้านสกปรก แต่เวลานี้เขารู้แล้วว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว จะมีบ้านสะอาดราคาเป็นล้านๆ หรือบ้านซอมซ่อสนิมขึ้น มันก็คือบ้านที่อบอุ่นเหมือนกัน

ด้วยความกว้างไม่จำกัด จึงกั้นห้องเป็นสัดส่วนด้วยเศษไม้อัดกับกระดาษแข็งให้สูงพอประมาณ ประตูระหว่างห้องก็ใช้เศษผ้าแขวนไว้ให้ไม่น่าเกลียดเกินไป ข้าวของเครื่องอำนวยความสะดวกก็มีตามอัตภาพ พวกเขามาที่ห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นรวมที่ใหญ่ที่สุดและแทบรวมทุกอย่างไว้ที่ห้องนี้

โซฟาเก่าๆชุดใหญ่เจสยึดเป็นที่นอนชั่วคราวโดยมีคารล์นอนหลับอุตุอยู่กับพื้นติดโซฟา คู่นี้ไม่บอกก็รู้แล้วว่าจากนี้ไปใครจะเป็นผู้นำ แม็กตรงมาที่ตู้เย็นเก่าๆสภาพพอใช้ได้ พอเปิดประตูตู้ออกเท่านั้น กลิ่นอันร้ายกาจก็พวยพุ่งออกมา

โอ้...ให้ตายเถอะ ของเน่าเต็มเลย กลิ่นเหม็นเน่าปลุกเจสกับคารล์ลุกขึ้นมา ผาสุขเดินไปเปิดหน้าต่างระบายลมออกไป ยังมีน้ำอัดลม.....ช๊อคโกแลตบาร์กับ....เบียร์อีก2กระป๋อง นอกนั้นเน่าหมดแล้ว

ฉันขอเบียร์ล่ะกัน คารล์ว่า ของกินที่มีอยู่น้อยนิดนำออกมาแจกจ่ายให้ประทังหิวไปก่อน พวกเขานั่งกินช๊อคโกแลตคนล่ะคำ กับน้ำเงียบๆ ต่างคนต่างกระหนกว่า เมื่ออยู่ในเมืองปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พวกเขาอยู่รอดคือ เงิน

จากนี้ไปจะเอาไงต่อล่ะ คารล์ถาม เงินทองกับทรัพย์สินที่เขามีคือเรือ ซึ่งก็กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว

เงินที่ผมมีหายไปตอนเครื่องบินตก แต่ผมโทรติดต่อทางบ้านให้ส่งเงินมาได้ แต่ก็คงได้ไม่มาก ผาสุขว่า จนป่านนี้แล้วทางบ้านรู้รึยังว่าเขาหายไป อยากโทรกลับไปใจจะขาดแต่ก็ไม่มีเงิน เจสนั้นอยากยิ่งกว่าเขา เพราะหายไปตั้ง5ปี

ผมมีเงินไม่เท่าไร ในบ้านคงมีสัก....4 -50เหรียญ

คุณน่าจะออมเงินบ้าง แม็ก

ผมไม่เคยมีเรื่องที่ต้องใช้ฉุกเฉินนะพีท....ไว้ผมจะเก็บล่ะกัน ประโยคสุดท้ายแถมมาให้เหมือนไม่เต็มใจเท่าไร เวลานี้บรรยากาศอึมครึ้มอัดแน่นในโรงเก็บเครื่องบินเก่าๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่ามันไม่เหมือนเดิมแล้ว จากนี้ไปมันจะไม่เหมือนเดิมอีก แม็กกับคารล์มีชีวิต มีบ้านอยู่ที่นี่ ส่วนผาสุขกับเจสมีบ้านที่รอให้กลับไป ทุกคนรู้แต่ยังไม่พร้อมจะพูด

คุณคิดจะทำอะไรต่อไป คำถามของผาสุกทำให้แม็กต้องคิดหนัก นอกจากเรื่องงานแล้วเรื่องของพวกเขาจะทำยังไง จะเอายังไง??

คุณ.... อยากอยู่กับผมมั้ย คำนี้เขาอยากถาม แต่มันติดอยู่ในคอ เขาอยู่ในฐานะที่จะถามได้เหรอ ตอนนี้จะเอาตัวรอดยังไงก็ไม่รู้

เราคงต้อง....หางานใหม่ทำ แม็กว่า

ใช่...งานใหม่ พูดแล้วก็ต่างใจเสียด้วยกันทั้งคู่ เครื่องมือทำมาหาของพวกเขาพังพินาศหมด นอกจากเรื่องบินแล้วแม็กก็ไม่รู้จะทำมาหากินอะไร ส่วนคารล์ก็ออกเรือหาปลามาหลายปีเคยชินกับชีวิตเสรี แค่คิดว่าต้องไปของานจากเรือลำอื่นทำก็ขายหน้าแย่แล้ว

แม็ก ผมจะไปหาตำรวจนะ ต้องแจ้งความเรื่องพาสปอร์ตหายแล้วไปขอทำใหม่อีก เจสจะไปด้วยกันมั้ย

ไปสิ ผมคงต้องอธิบายกับเจ้าหน้าที่นานหน่อย คุณสองคนจะไปด้วยมั้ย

อื้ม อยู่เฉยๆก็ไม่มีไรทำ ไปเห้อะ แม็กเตะขาเพื่อนให้ลุกได้แล้ว

ทั้งหมดพากันเดินย่ำต๊อกจากโรงจอดเครื่องบินเก่า ฝ่าแดดร้อนแรงของยามบ่ายที่อาบผิวกายให้ร้อนผ่าว ดีแต่ว่ามีสายลมเย็นจากทะเลช่วยผ่อนควายความร้อนให้เป็นเพียงสัมผัสผิวเพิน ยิ่งใกล้ชายหาดก็จะพบกับสีสันของชีวิตที่ครึ้กครื้น ร้านค้ามากมาย เสียงรถราผสานกับเสียงเพลงกระหึ่ม ผู้คนในเสื้อผ้าน้อยชิ้นกับเสียงหัวเราะ นี่สิคือโลกมนุษย์

ผมนึกถึงเกาะที่เราอยู่นะ ผาสุกหันบอกกับแม็ก ผมอยากกลับมาที่นี่ทุกวัน ทุกนาที แต่พอกลับมาถึงจริงๆ ผมกลับคิดถึงความเงียบสงบที่มีแต่พวกเรา

ที่โน่นทำให้เรานึกถึงแต่ตัวตนของเรา ที่นี่ทำให้เรานึกถึงชีวิต...แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็ต้องอยู่ให้รอด จริงมั้ย

ใช่ ชายหนุ่มบีบมือเขาแรงๆเหมือนจะย้ำความรู้สึกอันหนึ่งอันเดียวกัน

ผมคงคิดถึงชีวิตที่เดียวดายของตัวเองไปอีกนาน...ไปเถอะ พีท เจสสะกิดให้ไปที่สถานีตำรวจ

ผมสองคนจะไปรอที่ร้านอาหารข้างหน้านะ

แม็ก. ยังไม่ทันที่ผาสุขจะปล่อยมือจากเขาเลย ใครคนหนึ่งเรียกเสียงหวานมาแต่ไกล พวกเขาหันไปมอง ร่างสีชมพูอวบอิ่มโดดเข้ามากอดร่างสูงหมับ หายไปไหนมาตั้งนาน ตาบ้า

ฮะ...ฮาย ลิซ่า แม็กเซถอยไปหลายกว้างไม่ทันตัวจะรับร่างอวบอิ่มที่เกาะเขาราวกับลิงคาบูชิน สองขาหนีบเอวเขาให้อุ้มเธอไว้ทั้งตัว ผะ ผมๆๆๆ ผมดีใจที่เจอคุณ แต่ปล่อยผมก่อน

คิดถึงคุณจัง อื้ม... สาวนามว่าลิซ่าไม่ได้สนใจฟังที่ชายหนุ่มพูดเลย เธอจูบเขาอย่างดูดดื่มด้วยความเคยชิน ลิ้นอันเชี่ยวชาญสอดเข้าในโพรงปากปลุกอารมณ์คู่ขาเพียงไม่ถึง20วิ ก็ทำให้แม็กนิ่งงันไปด้วยความเคลิ้บเคลิ้ม มือที่ทำท่าจะพลั่กร่างนั้นออกห่างกลับค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะเผลอวางลงบนกางเกงบิกินี่สีดำตัวจิ๋ว

แม็ก!!! ผาสุขตะคอกใส่

ชายหนุ่มรีบดันร่างที่แสนเย้ายวนออกห่าง แต่เจ้าหล่อนมีเรียวขาที่ทรงพลังเหลือเชื่อ ไม่ยอมปล่อยเขาง่ายๆ ยิ่งพลักไสก็ยิ่งหนีบแน่นจนแม็กชักเสียวที่ตรงกลาง ลิซ่า...ลิซ่า ปล่อยผมก่อน

ทำไมล่ะ เราไม่สนุกกันมานานแล้วนะ คุณไม่คิดถึงฉันเหรอ

คิดถึงสิ...ว่าเสียงอ่อนเป็นยางมะตอยก่อนจะนึกได้ ผมๆๆ....ผมมีธุระนะ ลิซ่า ธุระด่วนมาก ไว้เราค่อยคุยกันวันหลังได้มั้ย ถึงตรงนี้ลิซ่าถึงยอมปล่อยเขาเป็นอิสระ เธอสูงโปร่งขาเรียวยาว ผิวสีน้ำผึ้งสวย ผมดำหยิกเป็นลอนสยายเต็มแผ่นหลัง เวลาผมเปียกๆแนบลู่ไปตามส่วนโค้งมนมันช่างดึงดูดสายตา ผู้หญิงคนนี้ฮอตสุดยอด

แม็ก..ยังไม่ปล่อยมืออีก

ปล่อยแล้ว ร่างสูงถอยห่างไปก้าวหนึ่ง สีหน้ากระอั่กกระอ่วนเหลือทน

เป็นไรไป ที่รัก ลิซ่าเหล่ตามมองเหล่าผู้ชายที่มากับหนุ่มคนโปรด ฮาย คาร์ล สบายดีมั้ย

ดีจ้า คาร์ลยิ้มแห้งๆ เจสดึงแขนเขาออกห่างสาวเจ้าถึงเห็นสายตาไม่เป็นมิตร ท่าทางหวงจัดเสียด้วย เธอหันมามองแม็กที่สีหน้าไม่สู้ดี กับคนยืนใกล้ๆหน้าเหมือนเสือไม่มีผิด บรรยากาศแบบนี้อึดอัดพิกล เธอมองคนโน่นทีคนนี้ที นี่มันอะไรกัน??

แม็ก??

เอ่อ...เรามีธุระต้องรีบไป ชายหนุ่มถอยห่าง สีหน้าท่าทางเขาไม่เหมือนเดิมลิซ่ามองผู้ชายสองคู่แล้วอ้าปากค้าง ท่าทางผู้ชายมองเธอแบบไม่ปกตินี้เคยเห็นบ่อยๆ เวลาเธอแย่งคู่ควงพวกเขามาได้

โอ้ ตายแล้ว พวกคุณ?? ลิซ่าชี้ไปมา พวกคุณ....เป็น....อย่างว่า

ลิซ่า ผมไม่ใช่เกย์ แม็กหันมาโกรธ

ไม่ใช่เหรอ เธอไม่แน่ใจเพราะสายตาของผาสุขบอกชัดเจนกว่า เขาเดินหนี เจสกับคาลร์เดินตามไป เหลือแม็กที่ยังลังเล แต่สุดท้ายเขาก็ตามไปทิ้งสาวสวยยืนงงอยู่เพียงลำพัง

พีท เดี๋ยวก่อนสิ รอผมเดี๋ยว

จะตามมาทำไม แค่เรื่องทำพาสปอรต์น่ะเรื่องเล็ก คุณไม่จำเป็นต้องมาหรอก

พีท แม็กรั้งแขน

อ่า...เราจะล่วงหน้าไปก่อน คารล์ว่า เขายิ้มกว้างก่อนพาเจสล่วงหน้าปล่อยให้เพื่อนเกลอเคลียร์ธุระปะปังกันตามสบาย สองหนุ่มยืนริมถนนโล่งกว้าง ไม่ห่างจากชายหาดสายลมเย็นสดชื่นพัดพลิ้วให้ผ่อนคลายใจ แม๊กเริ่มใจเย็นขึ้นมานิดหน่อย

พีท....อุ๊บ!!! เขาพูดได้คำเดียว ร่างเล็กกว่าตรงเข้ามาเสยเข่าเข้าที่เป้าเต็มแรง แม็กทรุดฮวบเจ็บไปถึงดวงใจ ผาสุขโมโหที่แม็กเผลอไผลยอมให้แม่นั้นเกาะอยู่ตั้งนาน แถมทำหน้าเคลิ้มเสียด้วย แล้วยังไม่ยอมรับความจริงอีก กะอีแค่คำสามคำยังยอมรับไม่ได้ น่าโมโหจริงๆ เขาเดินปึงปังไปไกลกว่าจะคิดได้ เขาอยู่ในฐานะอะไรถึงจะห้ามแม็กได้ พวกเขา...เกี่ยวพันกันแค่ตอนอยู่บนเกาะเท่านั้น แต่ในชีวิตจริงพวกเขาเป็นคนแปลกหน้า

ผาสุขกลับมาแม็กยังนอนเกลือกกลิ้งบนทางเท้า พีท??

%%%%%%%%%%%%%%

เป็นไงบ้างผาสุขถามเสียงอ่อน มือวางถุงน้ำแข็งประคบกลางหว่างขาของแม็ก เขาหอบหิ้วพากันกลับมาบ้าน ตอนนี้ความโกรธเบาบางด้วยกันทั้งสองฝ่าย จึงเห็นความห่วงใยชัดเจนทั้งสายตาและน้ำเสียง ชายหนุ่มชั่งใจอยู่ไม่นาน ถึงกวักมือให้เข้ามาใกล้อีก

ผมไม่เป็นไรแล้ว.หายโกรธรึยัง

ขอโทษนะ

ทำไมต้องขอโทษ คุณไม่ได้ผิด

ผิดสิ...ผิดมากด้วย ผาสุขนั่งข้างๆ ถึงใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจแต่ในความรู้สึกนั้นห่างไกลจนหนาวหัวใจ ผมเห็นแก่ตัว แล้วยังคิดอยู่ข้างเดียว เรา....ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

พีท??

เราแค่บังเอิญไปอยู่ในที่เดียวกันนานเกินไปหน่อย แล้วเรามีเซ็กส์ด้วยกันเท่านั้น ผมไม่ควรทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคุณ เพราะเราต่างก็มีสังคมของตัวเอง ผมเสียใจที่ทำให้คุณขายหน้า

พีท..ฟังผมก่อน

พอผมกลับบ้านแล้ว คุณก็จะได้ใช้ชีวิตเหมือนเดิม ผมคิดว่าเราน่าจะจากกันด้วยดี เพราะฉะนั้นเราน่าจะเป็นเพื่อนกันดีกว่า

แม็กทำหน้าไม่เชื่อหูตัวเอง คิ้วเข้มขมวดเหมือนโกรธจัด คุณพูดอะไรออกมา ผมไม่เป็นเพื่อนคุณหรอก เราไม่ใช่เพื่อนกัน

ชายหนุ่มใจหายวูบ นี่เขาทำทุกอย่างพังพินาศไปเลยหรือ เขาอยากเหลือมิตรภาพที่ดีก่อนจากกันเท่านั้น อุ้งมือใหญ่รั้งคอเขาเข้ามาหา ตอนนั้นผาสุขนึกว่าจะโดนต่อยเสียแล้ว แม็กแค่ดึงเขาเข้าใกล้อีกนิด

ฟังนะ ผมจะไม่เป็นเพื่อนคุณ เพราะเราเป็นมากกว่าเพื่อนไปแล้ว ผมทนมองหน้าคุณเฉยๆโดยไม่กอด ไม่จูบ ไม่รักคุณไม่ได้ คุณไม่รู้หรอกว่าทำให้ผมคลั่งคุณได้แค่ไหน ผมต้องการคุณอยู่ข้างๆ...เป็นคนสำคัญมากกว่าเพื่อน

มากกว่าเพื่อน??

ใช่...วันนี้มันเป็นแค่ความผิดพลาดเท่านั้น ผมและคุณต่างไม่รู้วิธีรับมือกับความเปลี่ยนแปลง แต่เชื่อเถอะ มันจะต้องดีขึ้น เพียงแต่ต้องใช้เวลาอีกนิด เวลาที่ให้คนอื่นๆยอมรับเรา

คุณคิดอย่างนั้นเหรอต้องยอมรับว่าเขาโล่งใจแค่ไหนที่ได้ยินความรู้สึกของแม็ก

ใช่...ผมคิดว่าต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อย และคุณ....ต้องกลับไปบ้าน

ผาสุขใจหายน้อยๆแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว เขาต้องกลับไปเรียนต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะมีอิสระในการตัดสินใจ ทว่าในใจเขามีคำตอบแล้วว่าที่ไหนที่เขาคิดว่าอยากจะอยู่

คุณจะรอผมใช่มั้ย ไม่ว่าผมจะใช้เวลานานแค่ไหน

ใช่..ถ้าคุณเลือกผม

ผมเลือกคุณ ผมจะกลับมา แม็ก ผมรักคุณ

ผมก็รักคุณ วินาทีนั้นผาสุขก็รู้สึกเป็นอิสระจากความกดดันที่จิตใจตัวเองสร้างไว้ เขาห่วงสถานะภาพของแม็กและของตัวเองมากจนคิดถอดใจเสียแต่แรก แม็กกอดเขาไว้หลวมๆแทนความรู้สึกทั้งปวง

ขอโทษนะที่เตะคุณ

ทีหลังอย่าทำอีกนะ ผมจะสูญพันธ์เพราะคุณ

ผมไม่ได้เตะแรงสักหน่อย

แรงสิ มันช้ำนะ

ไหนดูสิ อารมณ์ซุกซนกลับคืนมา ผาสุขดึงถุงน้ำแข็งออก มือเขาสอดเข้าใต้กางเกง ตาสบตาเห็นแววกระหายชัดเจน มืออุ่นซ่านกอบกำเนื้อเย็นๆไว้ ไม่นานมันก็แข็งขืนสู้มือ เย็นจัง

ทำให้มันอุ่นสิ ด้วยปากของคุณ

ผมไม่ทำหรอก...นอกจากคุณจะบอกว่า อยากให้ทำยังไง

แม็กยิ้มกว้างเขาชอบอารมณ์ซุกซนของผาสุกเหลือเกิน มันทำให้เลือดในกายฉีดพล่านไปคลั่งที่ปลายสุด เขาอยากจนตัวสั่น ลิ้นของคุณ...เลียมัน

ลิ้นร้อนผ่าวเปียกแฉะแตะผิวเนื้อแข็งขืนเย็นชืด ความต่างทางอุณหภูมิก่อให้เกิดอาการขนลุกเกรียวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แม็กหลับตาปี๋ขณะลิ้มรสความสียวซ่านอันหอมหวานที่ผาสุกบรรจงบอกให้ ลิ้นที่เคลื่อนไหวได้เหมือนงูฉกตวัดทวนเนื้อไปทั่ว และแล้วเรียวปากอุ่นซ่านก็ครอบครองความเป็นชายอย่างกระตื้อรื้นล้น แม้จะทำให้มันหายไปทั้งหมดไม่ได้แต่ไม่ช้าความพยายามสำฤทธิ์ผล

มันชูชันตั้งลำแข็งขืนชี้หน้าเมื่อผาสุกปล่อยเป็นอิสระ เขาหัวเราะ แม็กดึงเขาขึ้นมาจูบลิ้นอุ่นๆสอดแทรกเข้ามาชิมรสชาติของตัวเอง ขณะสองมือกระวีกระวาดปลดเครื่องกรีดขวางมือไม้สั่นไปหมด แม็กเอนหลังลงเหยียดยาวดึงผาสุกขึ้นคล่อม ปืนใหญ่เขาจ่อที่ปากอ่าวเตรียมพร้อมเต็มที่แล้ว

เอาสิ ควบมาเลย

เตรียมตัวให้ดีเถอะ ชายหนุ่มยิ้มขี้เล่น ก่อนจะโย่งตัวขึ้นเล็กน้อย หลังโค้งขณะพาตัวเองดำดิ่งลงช้าๆ ปืนใหญ่ลำโตค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่ภายในที่กระชับแน่นและเรียบลื่น มันเข้าได้อย่างเรียบร้อยไม่มีอะไรสะดุด สองหนุ่มหายใจหอบเพราะความตึงกระชับ

โอ้..เยี่ยม แม็กเกร็งไปทั้งร่าง หน้าแดงก่ำ คุณฟิสดีจัง

ชอบรึเปล่า...คุณชอบใช่มั้ย ผาสุกยิ้ม รู้สึกเสียวซ่านไปหมดเมื่อเห็นสีหน้ามีความสุขของแม็ก เขาลุกขึ้นมาจูบอีกครั้งที่ปาก

ชอบ....ผมชอบคุณ ผมรักคุณ

ผมก็รักคุณ ผมอยากให้คุณมีความสุข

ผมมีความสุข คุณคนเดียวเท่านั้นที่ให้ผมได้ ขยับสิ เร็ว สองมือคว้าเอวเขาไว้ช่วยรั้งขึ้น ผาสุกขยับช้าๆเนิบนาบอ้อยอิ่งกับความหรรษานี้นานๆ มันซาบซ่านอ่อนไหวยิ่งสอดเสียดล้ำลึกเท่าไรก็ยิ่งรัญจวนใจ ร่างเล็กทิ้งตัวลงแรงขย่มตอนั้นจนมันสั่นไหว แม็กยันตัวขึ้นสู้ เสือกร่างเข้าด้วยแรงที่ทัดเทียมกัน

แม็ก....ผม...ผมจะไม่ไหวแล้ว เขากำลังจะหมดแรง

เดี๋ยวนะ อย่าเพิ่ง ชายหนุ่มโผลุกขึ้นยกร่างผอมบางติดมากับตัว เขาเดินมามาในห้องครัว วางผาสุขบนเคาน์เตอร์ จับข้อเท้าให้ยันตู้เย็นไว้ อีกข้างยันขอบกำแพง กางขาเกือบ90องศาเลยทีเดียว แม็กเท้าแขนกับเคาน์เตอร์แล้วกระแทกเขาดังโครม

โอ้ ผาสุขอุทาน

แรงไปมั้ย เขาถาม แต่ก็ยังเสยเข้าสุดแรงไปอีกครั้ง

ดี....เอาอีก เจสกับคารล์เสร็จธุระแล้วกลับมาสมทบ ทั้งคู่ชะงักคาอยู่แค่ประตู เพราะเสียงของแม็กกับผาสุขดังลั่นเหมือนจะฆ่ากันให้ตาย เคาน์เตอร์กระแทกกับผนังดังโครมๆ แถมรัวถี่ยิบ เสียงทั้งคู่ก็ทำให้พวกเขารู้สึกหวิวไปด้วย

เราไปรอข้างนอกดีกว่ามั้ย คารล์ว่า

คารล์ นั้นพวกนายเหรอ แม็กถามขึ้นมาขณะยังกระแทกไม่หยุด

เอ่อ...โทษทีนะ

เสร็จธุระรึยัง เขาหมายถึงเรื่องยื่นคำร้องขอพาสปอร์ตใหม่

เรียบร้อยแล้ว

โทษนะ ฉันคง....อา ต้องใช้เวลา....อีกพักใหญ่

ตามสบายล่ะกัน คารล์ดึงเจสออกมา ยังมีเสียงโครมๆตามหลังพวกเขามาอีกหลายครั้ง เล่นเอาร้อนวูบไปทั้งตัวเลย ดีนะที่มีลมเย็นๆพัดมาให้ชื่นใจ พวกเขามานั่งเล่นใต้ต้นไม้หลบแดดร้อน ที่ตรงนี้สามารถมองเห็นเส้นขอบของทะเลรอบด้าน สีขาวของท้องฟ้ากับสีน้ำเงินราบเรียบเหมือนว่างเปล่า

คุณจะกลับไป... คารล์เริ่มคำถามแรก

ใช่...

ก็น่าอยู่หรอกนะ ตั้ง5ปีแล้ว คุณคงคิดถึงบ้านจะแย่

ผม....มีหลายอย่างตั้งทำ เขาหันมามองชายหนุ่มที่เหมือนจะรู้จักดี ถ้ามีโอกาสผมก็อยากกลับมาที่นี่อีก ถ้า.... มีความรู้สึกมากมายที่อยากจะพูด แต่ก็ไม่กล้า คารล์เป็นฝ่ายกุมมือเขาไว้มั่น

ผมอยากให้คุณกลับมา

จริงเหรอ

จริง....ผมอยากให้คุณกลับมา แต่ถ้าคุณมีคนที่รออยู่

ผมไม่มีหรอก ผมไม่มีใคร นอกจากครอบครัว คารล์ยิ้มด้วยความโล่งอก เขาเลื่อนมือจากเกาะกุมมาโอบรั้งไหล่กอดกระชับด้วยความรู้สึกทั้งปวง เจสเป็นคนทำให้เขาอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ถ้าหากไม่มีคนช่วยสนับสนุนและอยู่เคียงข้าง เขาต้องกลับสำมะเลเทเมาเหมือนเดิมแน่ๆ

คุณรอผมนะ เจสกอดเขาแน่น

ผมจะรอ...แต่อย่านานไปนะ อย่าลืมผม

ผมไม่ลืมคุณหรอก ไม่มีวัน เขากระซิบบอก คารล์เลื่อนมือมารั้งเอวยกเขาขึ้นนั่งบนตัก พึมพรำกระซิบข้างหู บอกให้รู้ว่าเขามีความหมายมากแค่ไหน เจสไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ ควรตักตวงให้คุ้มค่าก่อนการจากลา

ริมฝีปากประทับแน่นดื่มด่ำ ลิ้มฉกเกี่ยวกันอย่างคลั่งไคล้ อารมณ์นี้ไม่มีใครมอบให้ได้นอกจากคนที่รู้ใจเท่านั้น พวกเขาทึ้งเสื้อผ้ากันและกันด้วยความกระหายอันร้อนรน เสื้อร่วงหล่นบนพื้นหญ้าแห้งตามด้วยร่างของเจสที่พร้อมสำหรับคาร์ลที่สุด ร่างสูงแนบทาบลงมาพร้อมจูบที่ลำคอลงสู่ช่วงอกที่แข็งแกร่งแต่ไวต่อความรู้สึก

เจสรู้สึกอ่อนเป็นขี้ผึ้งรนไฟทุกครั้งที่คาร์ลปลุกเขาให้ร้อนเป็นไฟ สัมผัสที่อ่อนโยน นุ่มนวล ร้อนแรงและป่าเถื่อน ทุกอย่างที่ต้องการอยู่ที่นี่แล้ว ร่างที่อยู่เหนือเขาเสนอตัวให้เขาได้สัมผัสอย่างแข็งแกร่ง เขารู้สึกได้ตอนคาร์ลกระแทกเขาแรง ความแข็งขืนสอดแทรกเข้ามาย้ำกับเขาครั้งแล้วครั้งเล่าจนเปียกโชก จนเขาต้องร่ำร้องโหยหาให้ปลดเปลื้องปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุดดับมอดลงให้จงได้

สัปดาห์ถัดมาพวกเขาก็ได้มาอยู่ที่สนามบิน เฝ้ารอเวลาด้วยความเศร้า แม้รู้อยู่เต็มอกว่ามีพบก็ต้องมีจาก เพียงแต่คราวนี้เป็นการจากลาที่มีความหมายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผู้คนมากมายที่เดินทางจากคนๆหนึ่งเพื่อไปพบคนอีกหลายๆคน มันเกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวีน แต่พวกเขาจะมาพบกันอีกแน่นอน ความตั้งใจนั้นเต็มปรี่ในหัวใจ

เมื่อถึงเวลาพวกเขาทั้งสี่ตระคองกอดกันด้วยมิตรภาพที่ไม่มีวันเลือนหาย

ไปนะ ผาสุขและเจสโบกมือลา

อย่าลืมอีเมล์ล่ะ

โทรศัพท์ด้วย

แน่นอน....คุณสองคนก็ห้ามเมาอีกรู้มั้ย

ใช่...พวกคุณเที่ยวได้ แต่ห้ามพาใครไปค้างที่บ้านล่ะ เจสเพิ่มเติม

รู้แล้ว

ผาสุขและเจสเข้ามาด้านในก็ต้องหันมาลากันเองอีกครั้ง

โชคดี เจส

เช่นกัน พีท แล้วเราจะได้พบกันอีก

แน่นอน

ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปสู้จุดหมายปลายทาง แต่ความรู้สึกที่มีต่อกันนั้นยังแนบแน่นฝังใจ ผาสุกมองทะเลเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ใจหาย เขาไม่มีวันบอกเรื่องนี้ให้แก่ใครได้ เพราะมันเป็นความทรงจำที่สวยงาม และแน่นอน...ณ.วันนี้เขามีจุดหมายแล้ว เขาจะไม่ไปเรียนต่อที่อเมริกา แต่จะมาเรียนที่ฮาวายนี่แหละ และจะหางานที่นั้นด้วย ไม่มีครั้งไหนที่เขาจะมั่นใจตัวเองเท่าครั้งนี้ พ่อ,แม่อาจโมโหบ้าง แต่ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ เมื่อมีจุดหมายแล้วจะไม่ยอมให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่นอน

-------------End-------------

2006/Dec/21

เพราะต้องเขียน Cinderella boy ให้จบ เรื่องอื่นๆจึงต้องพักไว้ก่อนนะคะ ไม่งั้นไม่มีสมาธิ คิดว่าราวๆ2-3เดือนจากนี้ไป และคงจะไม่ได้เข้าบลอคจนกว่าจะเสร็จจึงบอกกล่าวไว้ก่อน

บ้ายค่ะ แล้วค่อยเจอกัน

fox

2006/Dec/15

คราวนี้รวดเร็วกว่าคราวก่อนเพราะงานเริ่มเพลาลงบ้าง แต่เน็ตก็ยังใช้ไม่ได้ นั้นน่าปวดหัวจริงๆ แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะกำลังขยันเขียน อัพคราวหน้ามีอะไรสนุกอีกตามเคย คอยติดตามด้วยนะคะ ช่วงนี้กำลังเห่อห้องแมวในพันธ์ทิพย์อยู่ตามไปดูทุกวันเลย อยากจะเลี้ยงสักตัว แต่ที่บ้านไม่ยอมให้เลี้ยง บอกว่าเหม็นอึ และเชื้อโรค ที่สำคัญคือทุกคนในบ้านกลัวหมัด หลายปีก่อนเพื่อนบ้านเคยเลี้ยงหมา แล้วเห็บมันไต่ข้ามมาที่บ้าน โชคดีที่เจอตัวเล็กๆคลานต้วมเตี้ยมมาเสียก่อนเลยจับบี้ได้ทัน

Foxคิดว่าแมว,หมานั้นน่ารัก ถ้าดูแลดีๆเรื่องพวกนี้ไม่น่ามีปัญหา foxอยากเลี้ยงแมวสีขาวตัว สีส้มสักตัวแล้วตั้งชื่อ ถุงเงินกับถุงทอง แต่เห็นมีคนตั้งแล้ว แม่เลยบอกว่าชื่อ บ่อเงินกับบ่อทองสิ พี่ๆน้องๆบอกว่าชื่อ ร้อยล้านกับพันล้านดีกว่า เป็นอภิมงคลดี เราก็พยายามกล่อมมาหลายวันจนทุกคนในบ้านก็ช่วยออกเสียงได้ชื่อที่ลงตัวแล้ว พอบอกว่ากำลังมองแมวหาบ้านในเน็ตอยู่นะ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวเลยว่า ฉันให้ตั้งชื่อได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เลี้ยงนะ... ตกลงมันยังไงกันฟะ!!

เซ็งจริงเลย

fox

วันนี้มี2เรื่องนะคะ lost15กับ zodiac 3